รัฐบาลสหรัฐ (EIA)

สำนักงานพลังงานสหรัฐคาดโอเปกผลิตน้ำมันลดลงแตะ 29.6 ล้านบาร์เรล/วันในปีหน้า

สำนักงานพลังงานสหรัฐ ด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) คาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 29.6 ล้านบาร์เรล/วัน ในปี 2563 ซึ่งลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล/วันจากระดับของปี 2561

สำนักงานพลังงานสหรัฐ การเชื่อมโยงระหว่างราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูป

น้ำมันดิบจะผ่านขั้นตอนการกลั่นเพื่อได้ผลผลิตเป็นน้ำมันสำเร็จรูป อาทิ น้ำมันเบนซิน หรือน้ำมันดีเซล
ปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนของน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป

น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปที่มีการซื้อขายในตลาดเสรี เนื้อหาในส่วนนี้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในราคาน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป

ความต้องการน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น

ความต้องการน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปที่กำลังเพิ่มขึ้นทั้งภายในประเทศและระดับโลก โดยเฉพาะในประเทศจีน และอินเดีย ดังปรากฏในกราฟด้านล่างนี้

ข้อจำกัดของกำลังการกลั่นน้ำมันในตลาดโลก

เพื่อรองรับความต้องการน้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน โรงกลั่นน้ำมันทั่วโลกที่ดำเนินการกลั่นน้ำมันอยู่ในขณะนี้ ใกล้จะเต็มกำลังพิกัดการกลั่นแล้ว ดังนั้นในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะต้องมีการสร้างโรงกลั่นใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับความต้องการน้ำมันที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจัยสำคัญในการสร้างโรงกลั่นน้ำมันใหม่ คือ เงินลงทุนมหาศาลที่จำเป็นในการก่อสร้างและการดำเนินงานของโรงกลั่นที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการรักษาสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพการดูแลรักษาด้านสิ่งแวดล้อมของกระบวนการกลั่น และการให้ได้มาซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้นและเป็นผลเสียกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

สำนักงานพลังงานสหรัฐ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในรายงาน “Short-term Energy Outlook” นั้น EIA คาดการณ์ว่า การผลิตน้ำมันดิบในปี 2562 ของกลุ่มโอเปกโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 29.8 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล/วันจากระดับของปี 2561

นอกจากนี้ EIA ประมาณการว่า การผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกในเดือนก.ย.ลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล/วัน สู่ระดับ 28.2 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2546 เนื่องจากผลกระทบจากเหตุการณ์โจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย และลดลง 4.0 ล้านบาร์เรล/วัน จากระดับของเดือนก.ย. 2561 การผลิตน้ำมันที่ลดลงของกลุ่มโอเปกในปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการผลิตน้ำมันที่ลดลงในอิหร่านและเวเนซุเอลา รวมทั้งภาวะการผลิตที่ชะงักงันในซาอุดีอาระเบีย

อย่างไรก็ดี EIA ระบุว่า การผลิตน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียได้กลับสู่ระดับเดิมแล้วเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันขยับลงในวันนี้ที่ฝั่งเอเชีย หลังจากสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกา (API) เผยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ที่แล้วที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI ย่อตัวลง 0.8% อยู่ที่ $52.92 ต่อบาร์เรล สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ ติดลบ 0.7% เท่ากับ $59.02 ต่อบาร์เรล

API เผยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ที่สิ้นสุดก่อนวันที่ 11 ตุลาคมที่เพิ่มขึ้นถึง 10.5 ล้านบาร์เรล ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสุทธิเท่ากับ 432.5 ล้านบาร์เรล

Stephen Innes นักวางกลยุทธ์ตลาดเอเชียแปซิฟิกจาก AxiTrader ระบุไว้ในรายงานที่อ้างอิงโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า “ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมเลยแม้แต่น้อย เพราะขณะนี้ตลาดยังคงให้ความสนใจมากเกินไปกับอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงอันเนื่องมาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ” Innes เสริมว่า หากข้อมูลอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาในทิศทางเดียวกัน ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นครั้งนี้จะเป็นการขยายตัวครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2017 เลยทีเดียว

รายงานจากสำนักงานสารสนเทศพลังงานสหรัฐฯ (EIA) มีกำหนดการประกาศในเวลา 10:30 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออก (14:30 GMT) และคาดว่าตัวเลขของ EIA จะเผยปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่เพิ่มขึ้น 2.88 ล้านบาร์เรล สำนักงานพลังงานสหรัฐ สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ดีดตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมเดือนธ.ค.นี้ ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพรุ่งนี้

ณ เวลา 19.43 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ซึ่งมีการซื้อขายในตลาด NYMEX ดีดตัวขึ้น 34 เซนต์ หรือ 64% แตะที่ 53.15 ดอลลาร์/บาร์เรล ราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นหลังจากนายโมฮัมเหม็ด บาร์คินโด เลขาธิการโอเปกกล่าวว่า ในการประชุมเดือนธ.ค.นี้ โอเปกจะพิจารณาทุกทางเลือกเพื่อสร้างความสมดุล และสร้างเสถียรภาพตลาดน้ำมันในปีหน้า โดยการประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 5-6 ธ.ค. ที่กรุงเวียนนา ซึ่งสมาชิกโอเปกจะมีการกำหนดนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับปี 2563

สำนักงานพลังงานสหรัฐ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวขึ้นหลังจากปิดตลาดในแดนลบติดต่อกันเป็นวันที่สองเมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หลังจาก ลังจาก IMF เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) โดยได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกสู่ระดับ 3.0% ในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2551-52 จากเดิมที่คาดการณ์ในเดือนก.ค.ที่ระดับ 3.2% นอกจากนี้ IMF ยังได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าสู่ระดับ 3.4% จากเดิมที่ระดับ 3.5%

นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) มีกำหนดเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในวันพฤหัสบดีนี้ เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทย